MMFHOH รวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับการฟอกเงิน

การฟอกเงินถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายมีโทษร้ายแรง

Category: Laundering News

หลีกเลี่ยงฉ้อโกงภาษี 10 ล้านบาทขึ้นไป ผิดร้ายแรงฐานฟอกเงิน

Launder

งานนี้บอกเลยว่าใครที่ชอบเลี่ยงภาษีมีหนาวอย่างแน่นอน เพราะว่า สรรพากรได้ออกมาบอกเองแล้วว่า หากหลีกเลี่ยงภาษี หรือไม่ยอมทำการยื่นรายได้เพื่อนำมาพิจารณาคำนวณภาษี โทษของคุณอาจไม่ใช่แค่การโดนปรับอย่างที่เคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ด้วยแล้วที่ยิ่งจะต้องขนลุกไม่น้อยทีเดียวกับมาตรการใหม่ของกรมสรรพากร ที่นอกจากจะกระตุ้น ให้คนออกมายื่นแบบประเมิน ภาษีกันมากขึ้นแล้ว ยังจะต้องโดยยึดทรัพย์โทษฐานฉ้อโกงอีกด้วย เพราะว่า กรมสรรพากรทำการร่วมมือกับหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยอิงตามกฎหมายตรารัษฎากร มาตรา 37 ,37 ทวิ และ 90/4 โดยมีการระบุโทษของคนที่หลีกเลี่ยงการยื่นประเมินภาษี ไม่จ่ายภาษี จำนวนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ให้อยู่ในความผิดฐานเดียวกันกับการฟอกเงิน ซึ่งโทษย่อมหนักมากกว่าคนที่ทำผิดเพียงแค่เลี่ยงภาษีอย่างเดียว อย่างที่เคยตัดสินมา ทั้งนี้เนื่องจากเพื่อให้คนตระหนักถึงหน้าที่ในการจ่ายภาษีให้ตรงเวลา เป็นการลงโทษ คนที่เจตนาหลบเลี่ยงหรือโกงภาษีนั่นเอง นอกจากคนประเภทข้างต้นแล้ว อีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะโดนโทษบทเดียวกันด้วยก็คือ คนที่มีเจตนาในการยื่นเอกสารการเสียภาษี การคำนวณภาษีที่น้อยกว่าความเป็นจริง ซึ่งถึงแม้ว่าจะจ่ายภาษี แต่ก็จ่ายน้อยกว่าคนที่ทำถูกต้องตามกฎหมายอยู่ดี ในจุดนี้เองที่ถือว่าเป็นการปิดช่องโหว่ของกฎหมายภาษีเป็นอย่างดี ที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือ ในกลุ่มคนอีกกลุ่ม ก็มีการกำหนดโทษคล้ายกัน คือ อาจมีความผิดฐานฟอกเงินได้เหมือนกัน ก็คือ เมื่อมีกำหนดเปิดให้ยื่นขอคืนภาษี แล้วเจตนาที่จะยื่นขอคืนภาษีในจำนวนที่สูงกว่าความเป็นจริง ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จากทั้ง 3 กรณีที่กล่าวมา มีความน่าสนใจตรงที่ว่าหากทำกันจริงๆ […]

อนันต์ อัศวโภคิน เข้าพบดีเอสไอ รับทราบข้อกล่าวหาสมคบฟอกเงิน

Infinity-Ascabhinin-

เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์ เรื่องยาวไม่จบเสียทีสำหรับเรื่องของสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเข้าใกล้ตอนจบเข้าไปทุกที เมื่อหนึ่งในบอร์ดบริหารของธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ นายอนันต์ อัศวโภคินได้ เดินทางมาเข้ารับฟังข้อกล่าวหา เกี่ยวกับการสมคบกันฉ้อโกง และฟอกเงิน แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง แต่ทางนายอนันต์ ก็ยังเลือกจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอเวลาอีก 60 วัน เพื่อจะได้หาพยานและหลักฐาน มาหักล้างข้อกล่าวหาของเจ้าพนักงานในกรณีดังกล่าว สำหรับคดีนี้นั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 โดยมีการกล่าวหา นายอนันต์ว่า เป็นหนึ่งในบุคคลที่รู้เห็นและให้ความช่วยเหลือในการฉ้อโกง และฟอกเงิน โดยเปลี่ยนทรัพย์สินจากเงินฝากของสหกรณ์ยูเนี่ยน คลองจั่น เป็นที่ดิน ได้นำเอาที่ดินนั้นไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย ของพระธรรมชโย ทั้งนี้คดีดังกล่าวได้ยืดเยื้อมาหลายปี เนื่องจากพยาน หลักฐานนั้นเกี่ยวข้องกับคนในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นักการเมือง หรือแม้แต่พระภิกษุ ชั้นผู้ใหญ่ทำให้ต้องมีความรอบคอบอย่างมากในการสืบหาที่มาที่ไป ก่อนจะทำการแจ้งข้อหา เพราะหากผิดพลาดไป ก็อาจจะเป็นการปรักปรำหรือเสี่ยงต่อการจะถูกฟ้องกลับได้ ทั้งนี้การขอประกันตัว ใช้เวลา 60 วัน ในการหาหลักฐานนั้น ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่นายอนันต์จะทำได้ตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามก็มีข้อกำหนดในเรื่องนี้เหมือนกันว่า ห้ามออกจากประเทศเพื่อป้องกันการหลบหนี สำหรับคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นคดีที่มีจำนวนเงินมาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ผู้เกี่ยวข้องยังเป็นคนที่ได้รับความศรัทธาจากประชาชนเป็นอย่างสูง ทำให้ต้องพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากมองตามรูปการ การที่นางอนันต์ ตัดสินใจเข้ามารับฟังข้อกล่าวหาด้วยตนเอง อาจจะทำให้ศาลสามรรถใช้ดุลพินิจในการตัดสินเพื่อลดโทษได้ […]

mmfhoh © 2017 Frontier Theme